<?php
$sql ="select * from student order by id asc ";
เป็นบรรทัดแรกของตารางโดยให้เรียงรหัสนักเรียนจากน้อยไปมาก
$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());
เป็นฟังก์ชันที่ประมวลผลคำสั่งของ sql
$num=mysql_num_rows($query);
เป็นการเช็คจำนวนเรกคอร์ด
echo $num;
เป็นการแสดงตัวแปร $num
?>
วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556
วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
<?php $title = 'hello';
$score ='73';
if ($score<50){
echo 'grade 0';
}else if ($score<55){
echo '1';
}else if ($score<60){
echo '1.5';
}else if ($score<65){
echo '2';
}else if ($score<70){
echo '2.5';
}else if ($score<75){
echo '3';
}else if ($score<80){
echo '3.5';}else
echo 'grade 4'
?>
</body>
</html>
$score ='73';
if ($score<50){
echo 'grade 0';
}else if ($score<55){
echo '1';
}else if ($score<60){
echo '1.5';
}else if ($score<65){
echo '2';
}else if ($score<70){
echo '2.5';
}else if ($score<75){
echo '3';
}else if ($score<80){
echo '3.5';}else
echo 'grade 4'
?>
</body>
</html>
วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556
| พายชั้น |
อุปกรณ์
1. ไม้นวดแป้ง
2. มีด
3. แปรงทาขนม
4. ถาดอบขนม
5. ตะแกรง
6. ตัวตัดขนม (ตามชอบ)
7. พลาสติกห่ออาหาร (แร๊ป)
ส่วนผสมพายชั้น วิธีทำแบบสก็อต Puff Pastry (Scotch Method)
1. แป้งอเนกประสงค์ 280 กรัม
2. เกลือ 1 ช้อนชา
3. น้ำเย็น 250 กรัม
4. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
5. เนยจืด 30 กรัม
6. เนยจืด 280 กรัม
วิธีทำพายชั้น วิธีทำแบบสก็อต Puff Pastry (Scotch Method)
1. เทแป้งอเนกประสงค์ลงบนโต๊ะ ใส่เกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. ทำให้เป็นกองทรงรูปทรงภูเขา เจาะช่องตรงกลาง
3. ค่อยๆใส่น้ำเย็นและน้ำมะนาวลงในช่องที่เจาะไว้ ใช้มือคลุกเคล้าจนเข้ากัน ปั้นได้เป็นก้อน (ยังไม่ต้องเข้ากันดีเนียนเป็นเนื้อเดียว)
4. ใส่เนยจืด และเริ่มนวดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเนียนเหนียวเป็นเนื้อเดียว (เช็คเนื้อแป้งว่าได้เข้าที่ดีหรือยัง ด้วยการขึงดูว่าเป็นฟิล์มบางได้หรือยัง)
5. ใช้พลาสติกแร๊ปก้อนแป้ง นำเข้าพักในตู้เย็น 30-60 นาที
6. นำแป้งออกมารีดให้บาง 2-4 ซม. ใส่เนยที่หั่นเต๋าไว้ (อุณหภูมิเนย 2-5 องศาเซลเซียส) ใส่ทั่วครึ่งแผ่นแป้งที่รีดไว้
7. พับแป้งอีกครึ่งมาวางทับ
8. รีดแป้งอีกครั้งและพับครึ่ง ทำซ้ำแบบนี้รวม3-5 ครั้ง
9. ใช้พลาสติกห่อและนำเข้าพักในตู้เย็น 30-60 นาที
10. เมื่อครบเวลา นำมาพับโดยวิธี Half turns (วิธีนี้จะพับ 2 ครั้งต่อการพักแป้ง 30-60 นาที) เพราะฉะนั้นต่อ 1 รอบ จะได้ 2 Half turns. ด้วยวิธีนี้เราต้องทำ 3 รอบ ซึ่งเท่ากับ 6 Half turns
11. เริ่มด้วยการรีดแป้ง หนาประมาณ 1-2 ซม.
12. แบ่งแป้งที่รีดแล้วเป็น 3 ส่วน
** ส่วนแรกซ้ายมือ = ส่วนที่ 1
** ส่วนกลาง = ส่วนที่ 2
** ส่วนขวามือ = ส่วนที่ 3
13. เริ่มพับครั้งแรก = 1 Half turns พับส่วนที่ 1 วางทับบนส่วนที่ 2
14. และพับส่วนที่ 3 มาทับบนส่วนที่ 2อีกชั้น ถึงขั้นตอนนี้เท่ากับเสร็จ 1 Half turns
15. รีดแป้งและพับเหมือนเดิมอีกครั้ง เมื่อเสร็จจะได้เท่ากับ 2 Half turns
16. ห่อด้วยพลาสติกแร๊ป นำเข้าพักในตู้เย็น 30-60 นาที
17. ทำซ้ำให้ครบ 6 Half turns
18. หลังจากครบและพักแช่ในตู้เย็นจนได้ครบเวลาแล้ว นำออกมารีดบาง 0.5-2.0 ซม. แล้วแต่ความหนาของขนมที่ต้องการ
19. ตัดด้วยมีด, ตัวตัดขนม หรือพับตามต้องการ นำขึ้นวางบนถาดที่ทาเนยเตรียมไว้
20. นำไข่ไก่ทั้งฟองตีจนเข้ากัน ใช้แปรงจุ่มไข่ทาด้านบนของตัวพายจนทั่วชิ้นขนม
21. นำเข้าเตาอบที่อุ่นเตรียมไว้ที่อุณหภูมิ 200-220 องศาเซลเซียล ถ้าขนมชิ้นเล็กใช้เวลา 15 นาที และเพิ่มเวลาขึ้นตามขนาดของขนม
22. เมื่อขนมสุกเหลืองทองแล้ว นำมาพักบนตะแกรงจนเย็น
23. แต่งขนมชิ้นพาย และเสิร์ฟตามชอบ
1. ไม้นวดแป้ง
2. มีด
3. แปรงทาขนม
4. ถาดอบขนม
5. ตะแกรง
6. ตัวตัดขนม (ตามชอบ)
7. พลาสติกห่ออาหาร (แร๊ป)
ส่วนผสมพายชั้น วิธีทำแบบสก็อต Puff Pastry (Scotch Method)
1. แป้งอเนกประสงค์ 280 กรัม
2. เกลือ 1 ช้อนชา
3. น้ำเย็น 250 กรัม
4. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
5. เนยจืด 30 กรัม
6. เนยจืด 280 กรัม
วิธีทำพายชั้น วิธีทำแบบสก็อต Puff Pastry (Scotch Method)
1. เทแป้งอเนกประสงค์ลงบนโต๊ะ ใส่เกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. ทำให้เป็นกองทรงรูปทรงภูเขา เจาะช่องตรงกลาง
3. ค่อยๆใส่น้ำเย็นและน้ำมะนาวลงในช่องที่เจาะไว้ ใช้มือคลุกเคล้าจนเข้ากัน ปั้นได้เป็นก้อน (ยังไม่ต้องเข้ากันดีเนียนเป็นเนื้อเดียว)
4. ใส่เนยจืด และเริ่มนวดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเนียนเหนียวเป็นเนื้อเดียว (เช็คเนื้อแป้งว่าได้เข้าที่ดีหรือยัง ด้วยการขึงดูว่าเป็นฟิล์มบางได้หรือยัง)
5. ใช้พลาสติกแร๊ปก้อนแป้ง นำเข้าพักในตู้เย็น 30-60 นาที
6. นำแป้งออกมารีดให้บาง 2-4 ซม. ใส่เนยที่หั่นเต๋าไว้ (อุณหภูมิเนย 2-5 องศาเซลเซียส) ใส่ทั่วครึ่งแผ่นแป้งที่รีดไว้
7. พับแป้งอีกครึ่งมาวางทับ
8. รีดแป้งอีกครั้งและพับครึ่ง ทำซ้ำแบบนี้รวม3-5 ครั้ง
9. ใช้พลาสติกห่อและนำเข้าพักในตู้เย็น 30-60 นาที
10. เมื่อครบเวลา นำมาพับโดยวิธี Half turns (วิธีนี้จะพับ 2 ครั้งต่อการพักแป้ง 30-60 นาที) เพราะฉะนั้นต่อ 1 รอบ จะได้ 2 Half turns. ด้วยวิธีนี้เราต้องทำ 3 รอบ ซึ่งเท่ากับ 6 Half turns
11. เริ่มด้วยการรีดแป้ง หนาประมาณ 1-2 ซม.
12. แบ่งแป้งที่รีดแล้วเป็น 3 ส่วน
** ส่วนแรกซ้ายมือ = ส่วนที่ 1
** ส่วนกลาง = ส่วนที่ 2
** ส่วนขวามือ = ส่วนที่ 3
13. เริ่มพับครั้งแรก = 1 Half turns พับส่วนที่ 1 วางทับบนส่วนที่ 2
14. และพับส่วนที่ 3 มาทับบนส่วนที่ 2อีกชั้น ถึงขั้นตอนนี้เท่ากับเสร็จ 1 Half turns
15. รีดแป้งและพับเหมือนเดิมอีกครั้ง เมื่อเสร็จจะได้เท่ากับ 2 Half turns
16. ห่อด้วยพลาสติกแร๊ป นำเข้าพักในตู้เย็น 30-60 นาที
17. ทำซ้ำให้ครบ 6 Half turns
18. หลังจากครบและพักแช่ในตู้เย็นจนได้ครบเวลาแล้ว นำออกมารีดบาง 0.5-2.0 ซม. แล้วแต่ความหนาของขนมที่ต้องการ
19. ตัดด้วยมีด, ตัวตัดขนม หรือพับตามต้องการ นำขึ้นวางบนถาดที่ทาเนยเตรียมไว้
20. นำไข่ไก่ทั้งฟองตีจนเข้ากัน ใช้แปรงจุ่มไข่ทาด้านบนของตัวพายจนทั่วชิ้นขนม
21. นำเข้าเตาอบที่อุ่นเตรียมไว้ที่อุณหภูมิ 200-220 องศาเซลเซียล ถ้าขนมชิ้นเล็กใช้เวลา 15 นาที และเพิ่มเวลาขึ้นตามขนาดของขนม
22. เมื่อขนมสุกเหลืองทองแล้ว นำมาพักบนตะแกรงจนเย็น
23. แต่งขนมชิ้นพาย และเสิร์ฟตามชอบ
![]() |
| Raspberry chocolate and mascarpone tart |
ส่วนผสม
125g ............................... เนย 50g .................................. ผงโกโก้, ร่อน 150g ................................ น้ำตาลทราย 75g ................................... แยมราสเบอรี่ 2........................................ ไข่ 1 ....................................... ไข่แดง 100g ................................ แป้งอเนกประสงค์ 1/2tsp ............................. ผงฟู 125g ................................ Mascarpone cheese 150g ................................ ราสเบอรี่สด .......................................... Whipped cream, สำหรับเสิร์ฟ (ใช้หรือไม่ก็ได้ค่ะ) .......................................... Cocoa powder, icing sugar (ใช้หรือไม่ก็ได้ค่ะ)
วิธีทำ
1. เปิดเตาอบที่ 180 °C ทาเนยที่พิมพ์ถอดฐานได้ร่อนแป้ง และผงฟูเข้าด้วยกัน
2. ละลายเนยในหม้อขนาดกลาง แล้วเทผงโกโก้ลงไป คนจนเดือด แล้วนำลงจากเตา ใส่แยมลงไป ตามด้วยน้ำตาล ไข่ และส่วนของแป้ง
3. ตีมาสคาร์โปเน่ ไข่แดง และน้ำตาล 50กรัมที่เหลืออยู่ให้เข้ากัน
4. ตักส่วนของช็อกโกแลตลงในพิมพ์ แล้ว ตักส่วนของชีสลงด้านบน ใช้มีด หรือไม้ วนให้เป็นลาย
5.วางรสเบอรี่ (กดลงไปในเนื้อเค้กเลยนะคะ) ลงไปด้านบน วางลงบนถาด แล้วนำเข้าอบ 20 นาที หรือ จนขึ้น และด้านบนเริ่มอยู่ตัวพักไว้ในพิมพ์สักครู่ แล้วจึงค่อยนำออกจากพิมพ์ เสิร์ฟ ร้อน หรือเย็นก็ได้ค่ะ โดยอาจจะร่อนไอซิ่ง หรือ โกโก้ลงด้านบน เสิร์ฟพร้อม กับวิปปิ้งครีมก็อร่อยนะคะ
http://dailydeliciousthai.blogspot.com/2012/02/raspberry-chocolate-and-mascarpone-tart.html
| เค้กกล้วยหอม |
ส่วนผสม
- แป้งเค้ก 200 กรัม
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- ผงฟู 1 1/2 ชช.
- เบคกิ้งโซดา 1 ชช.
- เกลือ 1/2 ชช.
- น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 180 กรัม
- กล้วยหอมสุกบด 200 กรัม
- น้ำมะนาว 1 ชช.
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- ผงฟู 1 1/2 ชช.
- เบคกิ้งโซดา 1 ชช.
- เกลือ 1/2 ชช.
- น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 180 กรัม
- กล้วยหอมสุกบด 200 กรัม
- น้ำมะนาว 1 ชช.
วิธีทำ
1. อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิที่ 200 C จากนั้นร่อนแป้ง+ผงฟู+เบคกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน พักไว้
2. บดกล้วยหอม ใส่โยเกริต์และน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน พักไว้
3. ตีไข่ไก่+น้ำตาลทราย+เกลือให้ขึ้นฟู ตีด้วยความเร็วสูงประมาณ 7-8 นาทีหรือให้ขึ้นฟูเป็นสีเหลืองนวลอ่อนๆ
4. ปรับเป็นความเร็วต่ำ เติมแป้งลงไป ตีต่อให้เข้ากัน (ประมาณ 1 นาที)
5. เติมน้ำมันพืช ตีต่อด้วยความเร็วกลางอีกประมาณ 2 นาที6. เติมกล้วยหอมบดลงไป ตีต่อด้วยความเร็วต่ำอีกประมาณ 1 นาที หยอดใส่พิมพ์ อบไฟ 200 C ประมาณ 20-25 นาที เล้วแต่ขนาดของพิมพ์
วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
![]() |
คุ้กกี้เนย ช็อคโกแลตชิป
|
ส่วนผสม
1. แป้งอเนกประสงค์ 240 กรัม
2. ผงฟู 1 ชช
3. เกลือ 1/2 ชช (เพิ่มเกลือ 1/8 ชช ถ้าใส่น้ำตาลเพิ่ม 2 ช้อนโต๊ะนะคะ)
4. เนยสด(ถังทอง) 180 กรัม
5. เนยขาว 20 กรัม
6. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย (ใครชอบหวานเพิ่มอีก 2 ช้อนโต๊ะได้ค่ะ)
7. น้ำตาลทรายป่น 1/4 ถ้วย
8. วนิลา 1 ชช
9. เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบแล้วหั่นหยาบ 1/2 ถ้วย
10. ลูกเกดเม็ดใหญ่หั่น 1/2 ถ้วย
11. ชอคโกแลตชิปไว้แต่หน้าคุ้กกี้ ตามชอบ
วิธีทำ
1. เปิดเตาอบไฟ 175 องศาซี
2. หั่นเม็ดมะม่วงหิมพานต์กับลูกเกดหยาบๆ พักไว้
3. ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำตาลทรายป่นเทรวมกันไว้
4. ร่อนแป้ง กับ ผงฟู และเกลือเข้าด้วยกัน พักไว้
5. ชั่งเนยสด กับเนยขาวไว้ วางให้เนยนุ่มสักพักนึงก่อนเอามาทำคุ้กกี้
6. ตีเนยให้นุ่ม แล้วใส่น้ำตาล(ข้อ.3)ลงไป ตีให้เนยขึ้นฟูขาว ใช้เวลาตีไปประมาณ 5 นาที แล้วตามด้วยวนิลา
7. แบ่งแป้งที่ร่อนไว้(ข้อ.4) 3 ส่วน ค่อยๆใส่ลงไปตะล่อมกับเนย อย่าตะล่อมนานนะไม่งั้นคุ้กกี้เนื้อจะเหนียวไป
8. ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ กับลูกเกดที่เตียมไว้(ข้อ.2) ลงไป ผสมให้เข้ากันดี
9. ตักโดคุกกี้ให้เป็นรูปทรง วางบนถาดที่ทาเนยขาว ห่างกันประมาณ 2 นิ้ว ตกแต่งด้วยช็อคโกแลตชิป เอามาแปะๆหน้าหน่อย
10. นำเข้าเตาอบ ประมาณ 15 นาที หรือจนกว่าคุกกี้จะสุก
11. นำออกจากเตา ทิ้งไว้ซักแป๊บ ให้คุกกี้เซตตัว ก่อนค่อยแงะออกจากถาด ไปวางบนตะแกรง
http://sweetiie-sugar.blogspot.com/2011/09/blog-post_8177.html
| พุดดิ้งนมถั่วเหลืองกับซอสเสาวรส |
ส่วนประกอบ1. นมถั่วเหลือยยูเอชที 250 มิลลิลิตร
2. เจลลาตินผง 1 ช้อนโต๊ะ
3. เสารส 1 ลูก
4. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
5. ผลไม้สดที่มีรสเปรี้ยว
วิธีทำซอสเสาวรส
- ผ่าเสาวรสออกมาครึ่งนึงแล้วแคะเมล็ดกับน้ำออกมา
- เทใส่หม้อ เคียวกับน้ำตาล อาจจะเหยาะเกลือเล็กน้อยก็ได้
วิธีทำ
- เทนมถั่วเหลืองใส่ภาชนะเอาเจลาตินผงผสมกับน้ำร้อน คนให้เข้ากันแล้วเทใส่ในนมถั่วเหลือง
- จัดแจงเทใส่ถ้วยไม่โดยต้องเต็ม แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นให้เซ็ตตัวประมาณ 2 ชั่วโมง
- เมื่อพุดดิ้งเซ็ตตัว ก็เอาซอสมาหยอด
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=candybee&date=28-07-2010&group=4&gblog=36
วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
| บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก |
1. แครกเกอร์ 1 ห่อ
2. น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
3. ครีมชีสสด 1 ห่อๆละ 250 กรัม
4. ไส้บลูเบอร์รี่สำเร็จรูป 1 กระป๋อง
5. ชามผสม, พาย
6. ถ้วย/แก้ว
วิธีทำ
1. เอาครีมชีสมาทิ้งไว้นอกตู้เย็นให้นิ่ม
2. เอาแครกเกอร์ออกมาจากห่อ แล้วทยอยเอากลับใส่ห่อทีละหกชิ้น หรือจะเอาใส่ถุงพลาสติคสะอาดก็ได้ แล้วเอามือบีบเลย แค่นี้แครกเกอร์ก็แตกแล้ว บีบให้แครกเกอร์แตกเป็นชิ้นเล็กๆทั้งหมด แต่ไม่ต้องละเอียดมากจนเป็นผงทั้งหมด
3. เอาครีมชีสที่นิ่มแล้วใส่ชามผสม ใส่น้ำตาลลงไป แล้วคนให้ทั่วพักนึงพอที่คิดว่าน้ำตาลกระจายไปทั่วแล้ว
4. หยอดแครกเกอร์ที่แตกแล้วลงในถ้วยเป็นฐาน ตรงนี้ก็กะปริมาณเอาเลย
5. หยอดชั้นต่อไปด้วยครีมชีสที่เราผสมแล้ว กะปริมาณด้วยตาเลย
6. หยอดชั้นที่สามด้วยแครกเกอร์ทับลงไปบนครีมชีสอีกที
7. หยอดชั้นสุดท้ายด้วยบลูเบอร์รี่
http://aimmo.wordpress.com/2012/08/15/%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%89/
| พายผลไม้ |
ส่วนผสม
1. พายชั้น
3. นมสด 130 กรัม
4. ไข่ 1 ฟอง
5. แป้งข้าวโพด 10 กรัม
6. กลิ่นวนิลา 1/4 ช้อนชา
7. น้ำตาลทราย 25 กรัม
8. วีปปิ้งครีม 35 กรัม
วิธีทำ
- ผสมทุกอย่างรวมกัน ยกเว้นวีปปิ้งครีม กรองด้วยกระชอน แล้วตั้งไฟคนด้วยตระกร้อมือ พอแป้งสุกแล้ว
ยกลง พักไว้ให้เย็น แล้วจึงผสมวีปปิ้งครีมลงไป
- ก็นำมาใส่ถุงบีบ บีบลงไปในพายชั้นได้เลย
- นำผลไม้สดมาแต่งได้ตามชอบ ถ้าอยากให้ผลไม้เงาสวย ไม่ดูเหี่ยวแห้งก็เคลือบด้วยกลาเซ่ พีคอต
http://alittlecatz.wordpress.com/2007/11/01/%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%9A/
วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
| บาเก็ตต์ |
ส่วนผสม ก.
1.แป้งขนมปัง 100 กรัม
2. ยีสต์สด 15 กรัม (ยีสต์แห้ง 5 กรัม)
3.น้ำอุ่น 100 กรัม
ใส่
ยีสต์ในน้ำอุ่นแล้วคนให้ยีสต์ละลายหมด ใส่แป้งในชามผสมใบใหญ่
เทน้ำที่ละลายยีสต์ไว้ลงไป ใช้เครื่องตีหัวเกลียวคนๆ
ให้แป้งเข้ากับน้ำก่อนนวดความเร็วสูงประมาณ 1 นาที ใช้ผ้าคลุมอ่างพักไว้ 30
นาทีค่ะ
ส่วนผสม ข.
1.แป้งขนมปัง 200 กรัม
2.น้ำอุ่น 50 กรัม
3.วิปปิ้งครีม/เฮฟวี่ครีม 30 กรัม
4.เกลือป่น 6 กรัม
- เมื่อพักแป้ง ก. ครบเวลาแล้วก็ใส่ส่วนผสม ข. ทั้งหมดในอ่างแป้งที่นวดไว้ จัดการนวดส่วนผสมทุกอย่างรวมกันจนแป้งเนียนมือ และหลุดจากขอบอ่างอย่างง่ายดาย เสร็จแล้วก็รวบแป้งเป็นก้อนกลม คลุมผ้าพักไว้ในที่อุ่น 30 นาที เมื่อครบเวลาแล้วก็นำมาคลึงไล่ลมให้ทั่วก่อนรวบเป็นก้อนกลม พักต่ออีก 30 นาทีค่ะ
- เมื่อพักแป้งรอบที่สองครบ 30 นาทีแล้วก็แบ่งแป้งเป็นสองก้อนโดยไม่ต้องคลึงไล่ลม นำแป้งมาแผ่นเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า พับหัวท้ายเข้าหากัน ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดตรงกลางให้แน่นแล้วพับทบกันอีกที บีบริมแป้งให้ติดกันดีแล้วจับคว่ำนำด้านรอยต่อไว้ด้านล่าง พักไว้ประมาณ 20 นาทีเพื่อให้แป้งยืดหยุ่นดีค่ะ
- เมื่อครบ 20 นาทีแล้วก็นำแป้งมาแผ่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า พับหัวท้าย แล้วทบกันอีกครั้ง คลึงให้ได้ความยาวที่ต้องการแล้ววางโดว์บนพิมพ์บาเก็ตต์หรือหากไม่มีพิมพ์ก็ วางบนถาดอบที่มีรูหรือถาดอบธรรมดาที่ทาเนยบางๆ ก็ได้ค่ะ
-เมื่อวางแป้งบนพิมพ์แล้ว ใช้ผ้าคลุมไว้กันลม พักให้ขึ้นอีก 30-45 นาทีหรือจนกว่าแป้งจะขึ้นประมาณเท่าครึ่ง จากนั้นก็อุ่นเตาอบไว้ที่ 250 องศาเซลเซียส ระหว่างอุ่นเตาอบก็หามีดคมๆ มากรีดแป้งเป็น 4 รอย เสร็จแล้วก็ใช้แปรงนุ่มๆ จุ่มน้ำทาผิวโดว์ให้ทั่ว หรือใช้สเปรย์ฉีดน้ำทั่วๆ โดว์แทนก็ได้ค่ะ
-ระหว่างนั้นก็ต้มน้ำประมาณ 250 มล. ให้เดือด เมื่อเตาอบร้อนได้ที่ก็นำถาดอบเข้าวางบนชั้นกลางของเตาอบ เทน้ำร้อนใส่ชามทนไฟวางไว้บนพื้นเตาอบแล้วฝาเตาอบทันที อบไฟ 250 องศาเซลเซียสประมาณ 8 นาที แล้วลดไฟเหลือ 190 องศาเซลเซียส อบต่ออีก 20 นาทีจนขนมสุกมีสีเหลืองทองค่ะ
-เมื่อบาเก็ตต์สุกดีแล้วก็นำแปรงชุบน้ำทาผิวบาเก็ตต์ให้ทั่วเพื่อความเงางาม ก่อนนำถาดอบออกจากเตาอบค่ะ จากนั้นวางขนมไว้บนตะแกรงพักให้เย็น ถึงตอนนี้ก็ได้เวลาอร่อยของเราแล้วค่ะ ใครจะทำเป็นแซนด์วิช จะกินคู่กับไส้กรอก ชีส ซาลามี่ จะดัดแปลงเป็นขนมปังพิซซ่า หรือขนมปังกระเทียมก็ตามสะดวกเลยค่ะ
http://varithorn.blogspot.com/2009/09/quick-baguette.html
1. แป้งเค้ก 200 กรัม
2. ผงฟู 1/2 ช้อนชา
3. ไข่ไก่เบอร์ 0 6 ฟอง
4. นมสด 250 กรัม
5. วิปครีม 200 กรัม หรือใช้นมข้นจืดแทนได้คะ
6. น้ำเปล่า 300 กรัม
7. น้ำตาลทราย 100 กรัม
8. น้ำมันพืช 80 กรัม
9. เกลือ 1/2 ช้อนชา
10. กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
11. เหล้ารัม 1 ช้อนชา
วิธีทำวิปครีม
1. นำส่วนผสมมาชั่ง และตวงตามสูตรเสร็จแล้วนำมาผสมกันในโถ หรือใครจะใช้เครื่องปั่น นำมาปั่นเอาก็ได้ ปั่นจนแป้งไม่เป็นเม็ดก็พอ จากนั้นนำส่วนผสมแช่เย็นไว้ 2 ชม. หรือข้ามคืนไปเลยก็ได้ อย่าลืมช้อนฟองออกนะคะ ( ** แป้งเครปที่ผสมแล้ว สามารถเก็บได้ถึง 48 ชม. )
2. พักแป้งเครปไว้ในตู้เย็นเสร็จแล้ว ก็มาทำซอสราสเบอร์รี่สำหรับราดบนเครปเค้กกัน โดยใส่ราสเบอร์รี่ลงในหม้อ ใช้ช้อนยี ๆ ให้เละสักเล็กน้อย ตามด้วยน้ำตาลทราย คลุก ๆ ส่วนผสมให้พอเข้ากันค่ะ
3. จากนั้นนำส่วนผสมข้างต้นไปต้ม จะเห็นว่ามีน้ำออกมาจากลูกราสเบอร์รี่
4. เสร็จแล้วนำเอาไปปั่นให้ละเอียดอีกรอบ แล้วกรองเอากากออกมาอีกทีจะได้ซอสราสเบอร์รี่เนื้อเนียน ๆ รสชาติเปรี้ยวหวานแล้วล่ะค่ะ
5. พอทำซอสราสเบอร์รี่เสร็จแล้ว นำแป้งเครปที่พักไว้มาลุยต่อกันเลย ก่อนอื่นต้องเตรียมอุปกรณ์ก่อนนะคะ เราจะใช้กระทะเทฟล่อน ที่มีหูสองข้าง จะได้สะดวกต่อการร่อนแป้งให้ทั่ว แล้วใช้พายซิลิโคนทนไฟสองอันสำหรับพลิกแป้ง
6. ตักแป้งใส่ถ้วยตวงในปริมาณ ขนาด 1/4 แล้วนำแป้งไปหยอดลงในกระทะ หยอดตรงกลางกระทะนะคะ ร่อนให้ทั่วกระทะ คอยดูแป้งไม่ให้หนา หรือบางมากเกินไป
7.ทิ้งพักไว้สัก 2-3 นาที จากนั้นใช้พายซิลิโคนแซะขอบรอบ ๆ แล้วพลิกแป้ง แต่ระวังอย่าให้แป้งขาดนะคะ เสร็จแล้วนำไปพักที่ตะแกรง แล้วก็ทอดชั้นต่อไปเลย จนครบ 20 แผ่น หรือตามแต่ความชอบ
8. เมื่อทำเจ้าเครปเค้กเสร็จแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนวิธีทำวิปปิ้งครีมกันดีกว่า เตรียมวิปปิ้งครีม 4 ถ้วยตวง และน้ำตาลไอซิ่ง 4-5 ช้อนโต๊ะ ตีรวมกันจนฟู ๆ ขึ้นยอด
9. ต่อไปเป็นขั้นตอนประกอบร่างเจ้าเครปเค้กกันค่ะ นำครีมแปะจุดไว้ที่ฐานก่อนนะคะ กันแป้งเลื่อน จากนั้นก็นำแป้งมากันมาทาครีมที่ละแผ่น วางซ้อนกันสลับไปมาจนครบ แต่อย่าทาครีมหนาเกินไปนะคะมันจะทำให้เลี่ยนได้ พอวางเสร็จจนครบชั้นแล้ว ก็ใช้สปาตูล่าตบ จากด้านบน และเก็บขอบด้านข้างให้เรียบร้อย เมื่อได้เครปเค้กแล้วก็นำไปแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง
http://women.kapook.com/view33780.html
วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556
| มาการอง |
สูตร
ไข่ 1 ฟอง
ไข่ 1 ฟอง
(ทำได้ 10 คู่)
ส่วนผสม
1. ไข่ขาวแยกไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 2-3 วัน 35
กรัม
2. อัลมอนต์มีล (ใครจะซื้อมาบดเองก็ไม่ว่ากัน) 43
กรัม
3. น้ำตาลไอซิ่ง 63 กรัม
4. น้ำตาลล่ะเอียด 23 กรัม
5. สีนิดหน่อย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

